หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU

หน้าหลัก » พระสุทัศน์ สีลวํโส (อัญสะโส)
 
เข้าชม : ๒๗๑๐๐ ครั้ง
ศึกษาการใช้จีวรในพระพุทธศาสนาเถรวาท (๒๕๕๔)
ชื่อผู้วิจัย : พระสุทัศน์ สีลวํโส (อัญสะโส) ข้อมูลวันที่ : ๑๙/๐๗/๒๐๑๒
ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา)
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ :
  พระครูสังวราภิรักษ์ สํวโร, ดร.
  ดร.เสรี ศรีงาม
  ดร.ยุทธนา พูนเกิดมะเริง
วันสำเร็จการศึกษา : 2554
 
บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้  มีวัตถุประสงค์  ๓  ประการคือ (๑) เพื่อศึกษาจีวรในพระพุทธศาสนาเถรวาท (๒) เพื่อศึกษาบทบัญญัติเกี่ยวกับการใช้จีวรในพระพุทธศาสนาเถรวาท  และ(๓) เพื่อศึกษาประโยชน์ของการใช้จีวรในพระพุทธศาสนาเถรวาท  ผลการวิจัยพบว่า

        จีวรในพระพุทธศาสนาเถรวาทไว้ดังนี้  คำว่า  จีวร  หมายถึง  เครื่องนุ่งห่มที่พระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนาเถรวาทใช้นุ่งห่มประกอบด้วย  สังฆาฏิ  อุตตราสงค์  และอันตรวาสก  ความหมายนี้ที่มีปรากฏในพระไตรปิฎก  ซึ่งมีความหมายที่สอดคล้องกันกับอัฏฐบริขารของพระภิกษุสงฆ์  คำว่า  จีวร  จีวรขันธกะ  ตอนว่าด้วยจีวร  ที่ชื่อว่า  จีวร  เพราะมีเนื้อหาว่าด้วยจีวรเป็นส่วนมาก  คำว่า  จีวร  โดยปกติหมายถึงผ้า  ๓  ผืน  อันตรวาสก  ผ้านุ่ง  อุตตราสงค์  ผ้าห่ม  และสังฆาฏิ  ผ้าห่มซ้อนนอก  ที่พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์  รับถวายจากคหบดีได้  แต่คำว่า  จีวร  ในจีวรขันธกะนี้  หมายเอาทั้งผ้าที่ยังไม่สำเร็จเป็นจีวร  เช่น  ผ้าปาวาร  ผ้าไหม  และผ้าโกเชาว์ที่หมอชีวกน้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาค  ผ้าไตรจีวรที่ทำสำเร็จแล้ว  และผ้าอื่นๆ  คือ        ผ้าอาบน้ำฝน  ผ้าปูนั่ง  ผ้าปูนอน  ผ้าปิดฝี  ผ้าเช็ดปาก  และผ้าบริขารอื่นอีก  จีวร  คือ  เครื่องนุ่งห่มที่พระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนาใช้นุ่งห่มประกอบด้วย  สังฆาฏิ  อุตตราสงค์  และอันตรวาสก  ความหมายนี้มีปรากฏในพระไตรปิฎก  ซึ่งมีความหมายที่สอดคล้องกันกับอัฏฐบริขารของพระภิกษุ ยังพบความหมายอีกอย่างก็คือ  คำว่า  ไตรจีวร  ผ้าสำหรับห่มของพระภิกษุและสามเณร  โดยห่มผืนใดผืนหนึ่งก็ได้ในจำนวน  ๓  ผืน อันได้แก่  สังฆาฏิ  ผ้าทาบ  อุตตราสงค์  ผ้าห่ม  อันตรวาสก  ผ้านุ่งหรือสบง  ในความหมายนี้มี  พระอุปัชฌาย์และผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนารู้จักกันดี  คือในการบรรพชาและอุปสมบท  จีวร  เป็นคำใช้เรียกผ้าห่มของภิกษุ  คนไทยส่วนมากเข้าใจว่า  จีวรคือผ้าห่ม  สบงคือผ้านุ่ง  และสังฆาฏิคือผ้าพาดหรือผ้าทาบ  ดังนั้น  จีวรเป็นปัจจัยเครื่องนุ่งห่มหรืออัฏฐบริขารของพระสงฆ์อย่างหนึ่งในจำนวนปัจจัย  ๔  อย่าง 

        บทบัญญัติเกี่ยวกับการใช้จีวรในพระพุทธศาสนาเถรวาทไว้ดังนี้  จากการศึกษาบทบัญญัติเกี่ยวกับการใช้จีวร  ซึ่งเป็นการใช้สอยเครื่องอุปโภคบริโภคของพระภิกษุสงฆ์  ที่มีอยู่ด้วยกัน  ๔  อย่าง  ที่ต้องมีการพิจารณาก่อนการใช้สอย  ได้แก่  คือ  จีวร  บิณฑบาต  เสนาสนะ  และยารักษาโรค  คือ (คิลานปัจจัยเภสัชชบริขาร) ในงานวิจัยนี้ผู้วิจัยจะนำเสนอเฉพาะแต่จีวร  ดังที่มีปรากฏในพระวินัยปิฎก  ที่มีความเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบและข้อปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์เกี่ยวกับจีวร  ที่พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงได้วางกฏเกณฑ์และบทบัญญัติเป็นสิกขาบท  ที่ทรงห้ามหรือทรงอนุญาตให้ใช้สอยเครื่องบริขารเหล่านั้นได้  เมื่อพระพุทธเจ้าทรงวางข้อกำหนดเกี่ยวกับ              จีวรทรงอนุญาตให้ภิกษุมีไตรจีวร  และทรงอนุญาตให้พระภิกษุรับจีวรจากผู้มีศรัทธานำมาถวาย        อีกหลายชนิด  และไม่ทรงอนุญาตการใช้จีวรอีกหลายชนิดเช่นกัน  แน่นอนทีเดียวว่าจะต้องมีกรณีที่พวกภิกษุปฏิบัติผิดระเบียบเกี่ยวกับจีวรกันมาก  พระพุทธองค์ทรงกำหนดขอบเขตไว้ดังนี้  คือ     (๑) บทบัญญัติที่ทรงอนุญาตให้ใช้จีวร (๒) บทบัญญัติที่ไม่ทรงอนุญาตให้ใช้จีวร 

        ประโยชน์ของจีวรในด้านพระศาสนา  พอสรุปได้  ๒  อย่างดังนี้คือ (๑) เพื่อการสืบทอดพระวินัย  วิธีการรักษาสืบทอดพระวินัยที่ดีที่สุดก็คือ  การศึกษาเรียนรู้และการประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องตรงตามพระวินัยที่พุทธองค์ทรงบัญญัติเอาไว้  ให้พระวินัยอยู่ในตัวของพระภิกษุ  ไม่ว่าจะเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการนุ่งห่มจีวรหรือการโคจรบิณฑบาต  จะต้องไม่ล่วงละเมิดสิกขาบททั้งหลาย  และ(๒) เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา  เกี่ยวกับนุ่งห่มจีวรในขณะบิณฑบาตของภิกษุสามเณรหรือว่าเป็นการออกไปประกาศพระพุทธศาสนาทั้งทางตรงและทางอ้อม  การออกไปแสดงตัวให้ชาวบ้านได้เห็นถึงวิถีการเป็นอยู่ของนักบวชที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย  มักน้อย สันโดษ  เป็นคนเลี้ยงง่าย  มีอินทรียสังวร  และเมื่อมีโอกาสก็ได้แสดงธรรมโปรดชาวบ้าน  ให้ตั้งอยู่ในความดี  ไม่ทำชั่ว  ทำจิตให้บริสุทธิ์

Download

 
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕